dot
หน้าหลักอาศรม/Home
dot
dot
dot
dot




เกล็ดพญานาค .. หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่ยังปรากฏ ความลี้ลับแห่งศรัทธาพระยานาคแห่งลุ่มน้ำแม่โขง article

หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์

ความลี้ลับแห่งศรัทธาพญานาคในลุ่มน้ำแม่โขง



     


        นับพันปีที่ชีวิตของมนุษย์มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์กึ่งเทวดา เราเรียกว่า พญานาค ความเชื่อและเหตุอันอัศจรรย์ต่างมีเรื่องเล่าขานอยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณแถบลุ่มแม่น้ำโขงมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น เช่น มีร่องรอยของพญานาคปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ เช่น บริเวณหน้าบ้าน หน้าฝากระโปรงรถ ล่าสุดเกิดขึ้นบนหน้าต่างโรงแรมหรูในจังหวัดหนองคาย รวมทั้งบั้งไฟพญานาคที่เกิดทุก ๆ วันออกพรรษาของทุกปี ที่หลักการทางวิทยาศาสตร์ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้    
        กระทั่งมีความมหัศจรรย์เกี่ยวกับพญานาคขึ้นอีกครั้งเมื่อมีการค้นพบ "เกล็ดพญานาค" ที่เคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิตจริง ๆ เมื่อได้มีการสืบค้นพบว่า เกล็ดพระยานาค ดังกล่าวนั้นอยู่ในความครอบครองของพระฤๅษีปู่แก้ว ที่อาศรมฤๅษีปู่แก้ว บ้านโพธิ์ตรุ ต.บ้านเบิก อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เมื่อได้ซักถามถึงที่มาท่านจึงเล่าให้ฟังว่า
 
        ช่วงตอนทียังเป็นสามเณรภาคฤดูร้อนช่วงเดือนเมษายน ขณะนั้นอยู่โรงเรียน    เบญจมะมหาราชนั้น จะเดินทางไปที่แถวโขงเจียมกับพระอาจารย์ผู้ที่จะพาคณะไปธุดงค์ จนถึงหมู่บ้านที่อยู่ติดริมน้ำโขง จึงขอพระพี่เลี้ยงไปปักกรด ซึ่งไปด้วยกัน 12 องค์ มีพระ 4 รูป เณร 7 รูป เนื่องจากพ่อปู่เป็นคนชอบที่จะปักกรดแถวแม่น้ำโขงอยู่แล้ว จึงขอพระพี่เลี้ยงไปปักกรด อยู่ริมน้ำโขง จึงได้รับอนุญาติให้ไปปักกรดหลังช่วงทำวัตรสวดมนต์ นั่งสมาธิเสร็จต่างคนต่างแยกย้ายไปจำวัดในกรด
 
        ช่วงเวลาประมาณ 6 ทุ่มกว่าก็ได้ยินเสียงแม่น้ำโขงมันดังตูม ๆ จึงตกใจลุกออกมาจากกรด ภาพเบื้องหน้าปรากฏเห็นผู้ชายและผู้หญิงจำนวน 4-5 คนมานั่งที่ริมแม่น้ำพ่อปู่ก็ถามว่า “มากันทำไมละโยม มีธุระอะไรหรือโยม จะพากันมาจากไหน แล้วจะไปที่ไหนโยม” มีผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาสดใสดูหน้าตาใจดี จึงตอบกลับ “อยากมาฟังเทศน์เณรให้ฟังซะหน่อย พวกผมมาจากเมืองนาค ฟังเทศน์เสร็จก็กลับแล้วครับ”   จังหวะนั้นพ่อปู่ไม่รู้จะเทศน์อะไรนึกขึ้นได้ว่า หลวงปู่มั่น ทัตตโต ท่านเคยเล่าให้ฟัง เรื่องพญานาคมาขอบวชกับพระพุทธเจ้า จึงเอาเรื่องนี้มาเล่ามาเทศน์ให้เขาฟังกัน
       
        พ่อปู่พูด “เอ้าฟังนะโยมพ่อโยมแม่ทั้งหลายเดี๋ยวเณรจะสาธยายธรรมที่พ่อแม่ครูบาอาจรย์ท่านสอนลูกมา ไม่ใช่ว่าว่าลูกเณรเอามาเล่าเองแต่งเอง แต่เป็นเรื่องที่ได้รับการถ่ายทอดมา ท่านหลวงปู่มั่นท่านเล่าว่า มีพญานาคตนหนึ่งเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ตนก็เลยอยากบวชจึงแปลงกายเป็นมนุษย์ไปบวชกับพระในวัดหนึ่งไม่มีใครรู้ว่าเป็นพญานาค พอมาถึงกุฏิทีไรก็กลายเป็นพญานาคเหมือนเดิม  พอนานเข้าเหล่าพระภิกษุทั้งหลายรู้เข้าจึงเข้าไปทูลบอกพระพุทธเจ้า เพราะไม่กล้าไปไล่เองเกรงกลัวอำนาจของพญานาคตนนั้น   พอพระพุทธเจ้าทรงรับรู้แล้วก็เดินมาโปรดพญานาคตนนั้น แต่ก็ยังแปลงร่างเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในรูปพระสงฆ์  พระพุทธเจ้าก็เทศน์โปรดเรื่องการบวชในพระพุทธศาสนาว่า กุลบุตรที่จะมาบวชในพระพุทธศาสนานั้น   จะต้องเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐเท่านั้น จะเป็นกึ่งสัตว์กึ่งเทพกึ่งคนไม่ได้ถือว่าไม่ครบที่จะบวช ยิ่งกลับเป็นบาปเสียเปล่า
 
        จากนั้นพญานาคได้คิดเห็นเป็นเช่นนั้นแล้วจึงกลายร่างเป็นพญานาคเหมือนเดิม  แล้วเข้าใจในธรรมของพระพุทธเจ้า  จำต้องไปสร้างบารมีความเพียรเพื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ขอบวชใหม่ พระะพุทธเจ้าจึงได้ทรงยกย่อง พญานาคตนนั้นว่าขนาดเขาเป็นกึ่งสัตว์กึ่งเทพแล้วเขายังมีศรัทธาอยากจะบวชในพระศาสนา   แม้กระทั่งเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐอยู่แล้วยังไม่ค่อยสนใจในพระศาสนาเสียด้วยซ้ำ  ต่อไปกุลบุตรใดที่จะเข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนานั้นให้เรียกว่า"นาค" เพื่อเป็นอนุสติคุณงามความดีของเหล่าพงษ์วงศ์ของพญานาค   นั้นแหละเป็นเรื่องเล่าของครูบาอาจารย์ที่นำมาเล่าให้บรรดาเหล่าโยมพ่อโยมแม่ฟัง
 
        พอฟังจบต่างก็ทยอยกลับที่เห็นคือทุกคนเดินหายลงไปในน้ำเฉย ๆ จนคนสุดท้ายก็เอ่ยถามว่า “พ่อเณรต้องการอะไรเป็นค่ากัณฑ์เทศน์ มีทั้งเงินทองหรือสมบัติอันใด” พ่อปู่ตอบว่า “ไม่ได้ต้องการอะไร เพียงตองการให้ ท่านทั้งหลายเข้าใจและพิทักษ์รักษาพระศาสนาให้ได้นานเท่านานก็พอแล้ว” จากนั้นชายคนนั้นก็เดินลงในน้ำหายไปเฉย ๆ
 
        ทันใดนั้นก็มีงูเห่าตัวใหญ่มากขึ้นมาจากแม่น้ำโขงในลักษณะป็นงูเห่าหรือจงอางที่มีหงอนอยู่บนหัว เลื้อยมาใกล้ ๆ และทำการถอดเกล็ดแบบงูลอกคราบทั้งตัวนั้นเอง แต่พอลอกคราบเสร็จก็หายไปที่แม่น้ำโขงอีกครั้ง คราวนี้ก็เป็นชายคนเดิมขึ้นมาอีกรอบแล้วนำเกล็ดพญานาคคราบนั้นเข้ามาถวาย “ถวายให้เณรเป็นค่ากัณฑ์เทศน์ครับ สักวันหนึ่งสิ่งนี้จะช่วยท่านสร้างสรรค์พระศาสนาและถาวรวัตถุสมปรารถนา”
 
        ด้วยเหตุนั้นเองก็รับไปไม่คิดอะไรมากก็เลยสอบถามไปว่า  ที่เห็นมาก็ไม่ต่างกับเกล็ดงูเลย ไม่เห็นจะมีดีอะไร ชายคนนั้นตอบกลับว่า “พ่อเณรต่างกันที่เกล็ดพญานาคจริงต้องดิ้นเหมือนมีชีวิต แล้วไม่นานท่านก็จะรู้ประโยชน์เมื่อถึงเวลาเอง” นั้นคือคำกล่าวและครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกับชายคนนั้นนับเนื่องเป็นเวลาสิบ ๆ ปีแล้ว จนถึงทุกวันนี้พ่อปู่ก็เก็บรักษาไว้ถึงปัจจุบัน แต่ที่แปลกอีกเรื่องหนึ่งพอช่วงเช้าก็มาถามบรรดาพระพี่เลี้ยงกับเพื่อนสามเณรว่าเมื่อคืนเห็นอะไรไหม  ทุกองค์ตอบเหมือนกันว่าไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย
 
 
 
        เรื่องราวนี้พระฤๅษีปู่แก้วได้ถ่ายทอดให้พวกเราได้ฟังว่า บางท่านเดินทางไปกราบไหว้บูชาองค์พญานาคเพื่อขอพรแห่งความสำเร็จในยามที่ทุกข์ยากเดือดร้อน พระฤๅษีปู่แก้วท่านเป็นที่พึ่งให้กับคนทั่วไปทั้งคนไทยและชาวต่างชาติโดยใช้ความรู้ด้านกรรมฐานแก้ไขปัญหาชีวิตตามแนวคติที่มีเหตุผล  รวมทั้งยังเป็นแหล่งให้ความรู้เรื่องเทพ พรหม ฤๅษี วิธีปฏิบัติบูชาตามขั้นตอนที่ถูกต้อง


มหัศจรรย์ เกล็ดพญานาค

เกล็ดพญานาค เมื่ออยู่บนพื้นวัสดุอื่นจะนิ่งไม่ขยับ

เหรียญตรีนครา

เหรียญตรีนครา เหรียญแห่งความมงคลศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกบรรจงสร้างขึ้นตามลักษณะที่ถูกต้องของพญานาคทุกส่วนซึ่งปู่แก้วท่านจดจำได้อย่างแม่นยำ บอกว่า "เหมือนที่สุดแล้ว!!"

มหัศจรรย์ เกล็ดพญานาค



กิจกรรมของอาศรม/Activity

พิธีตรีโลกนาถ และ ประวัติพระเจ้าองค์ตื้อ article
รวมภาพเมื่อครั้งเริ่มสร้างอาศรม article
พิธีสืบชะตาสาวน้ำตาเทียน article
งานคเณศจตุรถี ๒๕๕๖ article
ฤๅษีปู่แก้วร่วมลงนามถวายพระพร article
รวมภาพพ่อปู่ร่วมงานบุญ ณ.วัดผาใหญ่วชิรวงศ์ จ.หนองคาย article
รวมภาพงาน พิธีถวายผ้าป่า 5 เม.ย. 2552 article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


ติดต่อฝ่ายประสานงาน โทร.089-7808468, 081-8258695, 081-9889064, 087-0616300